สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจที่จะทำธุรกิจ แนะนำให้มาอ่านบทความได้ที่นี่

เว็บที่จะแนะนำเรื่องราวการทำธุรกิจ จนประสบความสำเร็จมากมาย

ประจำเดือนนั้นจะมาวันไหน มาเมือไหร่ มีพฤติกรรมที่จะบอก

สิ่งที่บ่งบอกความเป็นผู้หญิงของเรา นอกจากสรีระร่างกายแล้วนั้น ก็คือการมีประจำเดือนนั้นเอง ซึ่งผู้หญิงเมือเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ฮอร์โมนก็จะเปลี่ยนร่ายการก็จะปรับสภาพ แต่เคยสงสัยกันไหมคะสาวๆ ว่าเจ้าประจำเดือนนั้นจะมาวันไหน มาเมือไหร่ มีพฤติกรรมที่จะบอกได้ว่าประจำเดือนใกล้มาแล้วนะ! จะเป็นยังไงบ้างนั้นมาดูกันค่ะ

อารมณ์ก่อนประจำเดือนจะมานั้น ผู้หญิงบางคนจะมีอาการหงุดหงิดง่าย เห็นอะไรก็ไม่เข้าหู เข้าตา หรือบางคนอาจจะขี้น้อยใจ ขี้งอล อาการเหล่านี้เรียกว่า อารมณ์แปรปรวนนั้นเอง

สิวขึ้น ตำแหน่งการขึ้นของสิวสามารถบ่งบอกสภาพร่างกายด้านในได้ค่ะ โดยในช่วงใกล้ประจำเดือนมา สิวมักจะขึ้นบริเวณรอบๆ ปาก คาง ขากรรไกร สาเหตุที่สิวขึ้นนั้น มาจากสภาพออร์โมนที่เปลี่ยนนั้นเองค่ะ

หิวบ่อย ใกล้เป็นประจำเดือน ผู้หญิงอย่างเรามักจะรู้สึกอยากกินนู้น อยากกินนี้ หิวบ่อย เกิดจากสารเซโรโทนินลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องการคาร์โบไฮเดรตมากกว่าปกติ เพื่อให้ร่างกายใช้ของหวานไปเพิ่มสารนี้

คัดเต้านม อาการนี้เกิดขึ้นในช่วงใกล้ๆ มีประจำเดือนค่ะ เราจะรู้สึกว่า หน้าอกเราขยายขึ้นนิดหน่อย ตึงๆ คัดๆ เจ็บๆ อาการเหล่านี้ล้วนเกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนเช่นเดียวกันค่ะสาวๆ

ดังนั้นแล้ว เมือใดที่เริ่มมีอาการเหล่านี้ ให้คิดไว้ก่อนเลยว่า อาจจะกำลังเข้าสู่ช่วงใกล้ประจำเดือนมาแล้ว สิ่งที่เราต้องเตรียมติดตัวไว้นั้นก็คือ ผ้าอนามัยนั้นเอง เพราะบางที ประจำเดือนอาจจะมาโดยที่เราไม่ทันตั้งตัวนะคะสาวๆ ^^

Sat, October 17 2015 » ธุรกิจ » Comments Off

อ้วนลงพุงกลายเป็นปัญหาความสวยของผู้หญิงทั้งหลาย

1410236488-oการรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูงเกินความต้องการของร่างกาย และการไม่ออกกำลังกายส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน ซึ่งไม่เฉพาะการมีน้ำหนักตัวมากเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาวะที่มีไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มมากขึ้น อันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคอ้วนลงพุง โดยเป็นภาวะที่มีการสะสมของไขมันในช่องท้องมากเกินไป เกิดจากการเผาผลาญอาหารผิดปกติ ไขมันหน้าท้องแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระ ซึ่งจะยับยั้งกระบวนการเผาผลาญกลูโคสที่กล้ามเนื้อ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ตีบ หรืออุดตัน ในผู้หญิงพบมากกว่า 30% และในผู้ชายพบมากกว่า 25% ถือว่าเป็นโรคอ้วน และถ้ารอบเอวเพิ่มขึ้นทุก ๆ 5 เซนติเมตร จะยังเพิ่มโอกาสการเป็นโรคเบาหวานได้มากถึง 3-5 เท่า

โรคอ้วนนอกจากทำให้สวยน้อยลงแล้ว ยังเป็นสาเหตุของสารพัดโรค ยิ่งอ้วนก็ยิ่งมีโรคได้หลายอย่างมากขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่มีลักษณะอ้วนลงพุง คือ จะมีสะโพกเล็ก ไหล่กว้าง และลงพุง ซึ่งเป็นลักษณะอ้วนที่อันตรายที่สุด คนอ้วนที่ลงพุงมากจะเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ และหลอดเลือดได้มากกว่าคนอ้วนที่สะโพกใหญ่  นอกจากจะต้องแบกรับความทุกข์ที่เกิดจากความอ้วน เช่น ข้อกระดูกเสื่อม การหายใจไม่อิ่ม ทำให้ง่วงซึม หายใจไม่เต็มปอด เหมือนคนอ้วนแบบอื่นแล้ว คนที่เป็นโรคอ้วนลงพุงยังมีโอกาสสูงมากๆที่จะเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ภาวะหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน ซึ่งรุนแรงถึงขั้นทำให้เป็นอัมพาต หรือเสียชีวิตได้มากกว่าคนอ้วนชนิดไม่ลงพุงเป็นเท่าทวี

การปรับเปลี่ยนอาหารเพื่อลดไขมันช่องท้อง

1.เปลี่ยนข้าวขาว แป้งขาว น้ำตาล มาเป็นธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังเติมรำ ฯลฯ โดยลดเครื่องดื่มเติมน้ำตาล เช่น ชาเขียวรสหวาน-กาแฟเย็น ฯลฯ
2.กินโปรตีนที่ไม่ผ่านการทอด ลดเนื้อสำเร็จรูป ลดเนื้อติดมัน ลดอาหารทอด
3.ลดไขมันอิ่มตัว เช่น กะทิ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ฯลฯ
4.ลดไขมันทรานส์ หรือไขมันแปรรูปในโรงงาน เช่น เบเกอรี่ คุกกี้ เค้ก ขนมใส่ถุง ฟาสต์ฟูด ฯลฯ
5.ไม่ลดน้ำหนักเร็วเกิน 1/2 กก./สัปดาห์ เนื่องจากร่างกายอาจปรับตัวเข้าสู่ภาวะขาดอาหาร ซึ่งจะเพิ่มการสะสมไขมันช่องท้องได้

Tue, September 22 2015 » ธุรกิจ » Comments Off

ผู้หญิงกับการกินคลีนเพื่อสุขภาพให้ถูกวิธี

ช่วงนี้ได้ยินสาวๆ พูดคุยเรื่อง การกินคลีน กันอยู่บ่อยๆ แรกๆ ก็คิดแค่ว่า การกินคลีนเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการทานอาหารลดน้ำหนัก ดูแลรูปร่าง ของสาวๆ ที่รักษาหุ่น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แค่นั้นนะคะ แต่การกินคลีนยังช่วยเรื่องระบบต่างๆ ของร่างกาย ทำให้สุขภาพดีขึ้นอีกด้วย มารู้จักการกินคลีนกันดีกว่า ว่าการกินคลีนคือกินอย่างไร วิธีไหนถึงจะถูกต้องที่สุด

การกิน อาหารคลีน หลักๆ แล้วเป็นแนวทางการทานอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งการทานอาหารตามแนวทางนี้จะได้ผลพวงเป็นการทานอาหารลดน้ำหนักไปด้วยในตัว เพราะเราคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ร่างกาย นั่นคือการเลือกรับประทานวัตถุดิบที่สดสะอาด เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ 5 ข้อกินคลีนเพื่อสุขภาพ เทรนด์ใหม่อาหารลดน้ำหนัก

1.เลือกทานของสด ขอย้ำว่าสดจริงๆ ค่ะ หากได้รับประทานผักผลไม้สดๆ ที่ไม่ผ่านการประกอบอาหารด้วยแล้วก็จะยิ่งดีนะคะ เพราะการกินคลีนมุ่งเน้นการทานอาหารที่ไม่ปรุงแต่งและผ่านกระบวนการประกอบอาหารให้น้อยที่สุด เป็นการกลับสู่การทานอาหารรสชาติธรรมชาติ
2.ลดรสชาติ อาหารแปรรูปส่วนใหญ่จะแต่งเสริมเติมสาร เพิ่มรสชาติให้ลิ้นรู้สึกอร่อย แต่นั่นเป็นผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นความหวานจากน้ำตาลที่มากเกินไป โซเดียมที่ใส่ในขนมกรุบกรอบ ยังไม่รวมผงชูรสที่อร่อยลิ้นแต่เป็นพิษต่อร่างกาย พยายามลดพฤติกรรมเสพติดรสชาติอาหารให้ได้ การกินคลีนก็จะเป็นการทานอาหารลดน้ำหนักไปในตัว
3.เลี่ยงอาหารกระป๋อง ทิ้งอาหารแช่แข็ง อย่างที่เกริ่นไว้ว่าการกินคลีนคือการทานอาหารที่สดใหม่ ดังนั้นจำพวก Junk Food อาหารกระป๋อง หรืออาหารแช่แข็ง ก็ถือเป็นสิ่งต้องห้ามเช่นกันค่ะ เพียงแค่เลิกทานอาหารเหล่านี้ก็เท่ากับว่าสาวๆ กำลังทานอาหารลดน้ำหนักเลยนะคะ ดีต่อสุขภาพแล้วได้หุ่นสวยมาให้ชื่นใจ
4.เลือกวัตถุดิบไม่ขัดสี จำพวกข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท มัลติเกรน หรือแม้แต่น้ำตาลทรายไม่ขัดขาว ซึ่งการกินคลีนไม่จำเป็นจะต้องไปซื้อของแพงๆ มาทานนะคะ แต่เป็นการเลือกซื้อ เลือกช้อป สิ่งที่ดีต่อร่างกายจริงๆ มากกว่า ยิ่งถ้าสามารถทำอาหารทานเองหรือทำขนมเองได้ก็จะยิ่งดีเลยค่ะ เพราะเราจะสามารถเลือกวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารได้ เราจะได้กินคลีนกันอย่างคลีนจริงๆ
5.ห้ามอดอาหาร การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการกินคลีนให้ประสบความสำเร็จ เพียงแต่ต้องเลือก จำกัดปริมาณให้เหมาะสมในแต่ละมื้อ ซึ่งคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ก็ยังจำเป็นต่อร่างกาย แต่ควรเลือกทานแป้ง ข้าว หรือขนมปังชนิดที่ไม่ขัดสี ส่วนไขมันก็ควรจะได้จากการรับประทานปลาให้บ่อย เพราะเป็นไขมันที่ดีต่อร่างกาย

สิ่งที่ยากที่สุดของการกินคลีนคือการหักห้ามใจ แต่ถ้าสามารถทำได้แล้วล่ะก็ สาวๆ ก็จะได้สุขภาพดี ผิวพรรณที่สดใส และร่างกายที่แข็งแรงมาเป็นรางวัลให้กับชีวิต

Sat, August 22 2015 » ธุรกิจ » Comments Off

สุขภาพสำหรับผู้หญิง วัย 40 ปีขึ้นไป

สุขภาพสำหรับผู้หญิง วัย 40 ปีขึ้นไป
ถ้าผู้หญิงเรามีสุขภาพดีทั้งกายและใจ จะเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความแข็งแกร่งในการทำหน้าที่ตามบทบาทต่าง ๆ ที่มีในชีวิตประจำวัน และในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความสุขกับผู้คนรอบตัว โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทำงาน มีภาระความรับผิดชอบด้านการงานและครอบครัวเพิ่มมากขึ้นก่อให้เกิดความเครียดการพักผ่อนน้อยและไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไปจะเริ่มมีภาวะขาดฮอร์โมนเพศหญิง ส่งผลกระทบต่อสมอง จิตใจ อารมณ์ มีอาการต่าง ๆ เกิดขึ้นที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต อาการต่าง ๆ ที่จะสังเกตทราบได้มี
1. ประจำเดือนไม่แน่นอน บางทีมาถี่ ๆ บางทีก็ทิ้งช่วงหลายเดือนสลับกับการมาสม่ำเสมออยู่ระยะหนึ่ง บางคนจะมีเลือดประจำเดือนออกแบบแปลก ๆ เช่น เลือดประจำเดือนมากกว่าปกติหรือมาทุก 2-3 สัปดาห์
2. อาการร้อนวูบวาบ ราว ๆ 3 ใน 4 ของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนจะมีอาการดังนี้ อาการร้อนวูบวาบจะรำคาญมากที่สุดใน 2-3 ปีแรกที่ประจำเดือนหมด โดยมีความรุนแรงและความถี่ หรือระยะเวลาเป็นสั้นยาว ต่าง ๆ กันไป ในผู้หญิงแต่ละคน แต่โดยมากจะบรรเทาเบาบาลงใน 1-2 ปี
3. อาการนอนไม่หลับ ไม่ว่าจะเป็นความลำบากในการหลับหรือตื่นบ่อย ๆ กลางดึก หรือตื่นเช้ากว่าปกติ
4. อารมณ์แปรปรวน เกิดอาการซึมเศร้า หรือหงุดหงิด
5. ปัญหาของช่องคลอด ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงทำให้เนื้อเยื่อของผนังช่องคลอดบางลง ความยืดหยุ่น และความหล่อลื่นลดลง ทำให้การร่วมเพศไม่สะดวกราบรื่น
6. การเจริญพันธุ์น้อยลง เนื่องจากการตกไข่ไม่แน่นอนทำให้โอกาสตั้งครรภ์ลดลง แต่ก็อาจตั้งท้องได้ทุกเมื่อ จนกว่าประจำเดือนหยุดมาเป็นเวลา 1 ปีเต็ม
7. การเปลี่ยนแปลงทางผิวหนัง ความเต่งตึงและความชุ่มชื้นของผิวหนัง มีผลจากการที่ร่างกาย สร้างสารคอลลาเจน เมื่อฮอร์โมนเพศเอสโตรเจนลดลง การผลิตสารคอลลาเจนก็จะลดลงด้วย ผิวหนังของหญิงวัยหมดประจำเดือน จะเริ่มบางลง มีความยืดหยุ่นลดลง แห้ง และเหยี่ยวย่นง่ายขึ้น
ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่พบบ่อยในผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไปจำนวน 10 อันดับแรก ได้แก่
1. ไขมันในเส้นเลือดสูง (ร้อยละ 79)
2. กลุ่มอาการของสตรีวัยหมดประจำเดือน (ร้อยละ 54)
3. กระดูกบาง (ร้อยละ 29)
4. ความดันโลหิตสูง (ร้อยละ 35)
5. โรคเต้านมที่ไม่ใช่มะเร็งเต้านม (ร้อยละ 30)
6. กรดยูริคในเลือดสูง (ร้อยละ 29)
7. โรคอ้วน (ร้อยละ29)
8. โรคกระดูกพรุน (ร้อยละ 29)
9. ข้ออักเสบ (ร้อยละ 20)
10. เบาหวาน (ร้อยละ 6)

Fri, July 17 2015 » ธุรกิจ » Comments Off

ทำความรู้จักกับ ฝ้า กันดีกว่า

ทำความรู้จักกับ ฝ้า กันดีกว่า
สาเหตุหลักของฝ้า กระ นั้นมักจะเกิดจากแสงแดดเป็นหลัก วิธีการป้องกันการเกิดฝ้า ลดฝ้า ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังกล่าวว่า ผู้หญิงเอเชียส่วนใหญ่ ใส่ใจกับเรื่องผิวคล้ำจากการผลิตเม็ดสีผิวที่มากเกินไป หรือการผลิตเม็ดสีที่ไม่เท่ากัน ซึ่งทุกสภาพผิวมีโอกาสได้รับผลจากการผลิตเม็ดสีที่ผิดปกติ ผลกระทบจากภายนอก เช่น แสงแดด หรือปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน หรือจากสภาพผิวที่ได้รับการถ่ายทอดตามกรรมพันธุ์ โดยมากการผลิตเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก สำหรับผู้ที่มีผิวมัน และเป็นไปตามเชื้อชาติ

ฝ้า มีลักษณะคล้ายๆกับ จุดด่างดำ แต่มีบริเวณที่กระจายกว้าง เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน เช่น การตั้งครรภ์ หรือผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิด ฝ้าจะแบ่งได้ 2 ชนิด

  1. ฝ้าแบบตื้น จะอยู่ในชั้นผิวหนังกำพร้า หรือ ผิวหนังชั้นนอก ลักษณะเป็นสีน้ำตาลขอบชัดเกิดได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้เร็ว โดยการใช้ยาทา และครีมกันแดด ครีมรักษาฝ้า สามารถลบเลือนให้หายได้
  2. ฝ้าแบบลึก จะอยู่ในชั้นที่ลึกกว่าชนิดแรก จะเกิดความผิดปกติในระดับชั้นผิวหนังแท้ มีลักษณะเป็นสีม่วงๆ อมน้ำเงิน รักษาได้ยากกว่าฝ้าชนิดตื้น ไม่หายขาดการใช้ ครีมรักษาฝ้า เพียงแต่ช่วยให้ดีขึ้นเท่านั้น

กรณีการเกิดฝ้าบนผิวชั้นหนังกำพร้า สามารถรักษาด้วย ครีมรักษาฝ้า แต่ถ้าลึกว่าชั้นหนังกำพร้า ก็ไม่สามารถรักษาได้ด้วย ครีมรักษาฝ้า โดยปกติจะรักษาแบบตรงจุด เช่น การลอกผิว การกรอผิว ซึ่งจะส่งผลการรักษาได้รวดเร็ว

กระบวนการสร้างเม็ดสีผิวเมลานิน

สารเมลานิน หรือเม็ดสี สร้างจากเซลล์ผิวหนังเป็นเซลล์ที่เจริญมาจากเซลล์ระบบประสาท ซึ่งแทรกตัวอยู่ในชั้นหนังกำพร้าส่วนล่างสุด เซลล์เมลาโนไซต์หนึ่งเซลล์ จะแตกแขนงเป็นร่างแหเล็กๆ ยื่นไปสัมผัสเซลล์ผิวหนังประมาณ 35 เซลล์

เมลานิน ทำหน้าที่กรองรังสีที่จะมาทำอันตรายเซลล์ผิวหนัง โดยมีความสามารถกรองรังสี UV ยิ่งถ้ามีการตากแดดมากเท่าไหร่ เมลานินก็จะถูกสร้างขึ้นมากเท่านั้น โดยรังสี UVA ทำให้เกิดผิวสีแทน ฝ้า กระ เป็นสาเหตุเร่งการชราภาพของผิวหนัง ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น และรังสี UVB ทำให้ผิวไหม้ และเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนัง

Mon, June 29 2015 » ธุรกิจ » Comments Off