สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีความสนใจที่จะทำธุรกิจ แนะนำให้มาอ่านบทความได้ที่นี่

เว็บที่จะแนะนำเรื่องราวการทำธุรกิจ จนประสบความสำเร็จมากมาย

ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรละเลยสำหรับคุณผู้หญิง

สำหรับเรื่องสุขภาพถือเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้หญิงเป็นอย่างยิ่ง หากไม่ได้รับการดูแลสุขภาพหรือตรวจร่างกายเป็นประจำก็อาจจะก่อให้เกิดโรคต่างๆตามได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคกระดูกพรุน มะเร็งรังไข่ การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ภาวะติดเชื้อ HPV และมะเร็งปากมดลูก  ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยมีรายละเอียดต่างๆดังนี้

– โรคกระดูกพรุน ซึ่งโรคนี้จะเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการใช้แคลเซียมสำหรับสร้างเสริมความแข็งแรงให้กับกระดูก โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงเข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน ร่างกายก็จะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลงด้วย ถ้าหากไม่รักษาก็จะทำให้กระดูกบางลงและเป็นสาเหตุของการเกิดโรคกระดูกพรุนได้

– มะเร็งรังไข่ เป็นโรคที่ตรวจพบได้ยากเพราะไม่มีอาการเริ่มแรก หรืออาการใด ๆ บ่งบอก ซึ่งการตรวจพบของโรคนี้ไม่สามารถพบได้จากการคัดกรองเบื้องต้น จำเป็นจะต้องตรวจจากเนื้องอกที่เกิดขึ้นและต้องนำชิ้นเนื้อไปตรวจจึงจะทราบอาการที่แท้จริง ทั้งนี้มะเร็งรังไข่จะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป

– การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จะเกิดขึ้นในช่วงปลายของระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งอาจจะเรียกอาการเหล่านี้ว่า ท่อปัสสาวะอักเสบ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบหากการติดเชื้อเกิดขึ้นที่ส่วนบนของระบบก็จะทำให้มีผลต่อท่อไตที่จะนำไปสู่ไต กลายเป็นกรวยไตอักเสบได้

– ภาวะติดเชื้อ HPV และมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสาเหตุหลักมาจากเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus หรือ HPV เป็นไวรัสที่ติดต่อกันได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ ไวรัสชนิดนี้ สำหรับโรคมะเร็งปากมดลูกยิ่งทำการรักษาเร็วก็ยิ่งจะทำให้อัตราการรอดชีวิตมีสูงขึ้น เนื่องจากมะเร็งในระยะแรกนั้นจะถูกจำกัดอยู่แค่เพียงภายในมดลูกเท่านั้น แต่ถ้าหากมะเร็งเกิดการลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ อย่างเช่น ปอด ก็จะทำให้การมีชีวิตอยู่นั้นจะลดเหลือเพียงแค่ 5% เท่านั้น

– ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เป็นภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตยังบริเวณอื่น ๆ ภายในร่างกาย อย่างเช่น บริเวณท่อนำไข่ รังไข่ หลังมดลูก ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ กระดูกเชิงกราน แผลในช่องท้อง และปอด ซึ่งอาการนี้จะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่อยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ผู้ที่มีรอบเดือนสั้นกว่า 28 วัน หรือมีประจำเดือนนานกว่า 1 สัปดาห์ก็มีความเสี่ยง

ทั้งนี้การดูแลสุขภาพสำหรับผู้หญิงนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงควรหมั่นไปพบแพทย์หรือหาเวลาว่างเพื่อไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อป้องการโรคภัยต่างๆที่อาจจะนำมาสู่ตนเองได้

 

Mon, April 27 2015 » ธุรกิจ » Comments Off

ช็อกโกแลตซีส โรคที่ผู้หญิงควรระวัง

โรคช็อกโกแลตซีส เป็นโรคทางการแพทย์ที่ผู้หญิงจะรู้จักกันดี เพราะในปัจจุบันมีผู้หญิงที่เป็นโรคนี้กันมากขึ้น และใครที่เป็นโรคนี้คงจะรู้ถึงความร้ายกาจของโรคนี้ดี และสร้างความทรมานให้กับสาว ๆ ที่เป็นโรคนี้ไม่น้อย โดยจะมีของเหลวที่คล้ายกับช็อกโกแลตเหลว ซึ่ง ความจริงก็คือถุงเลือด คือจะมีเลือด อยู่ในถุงนั้น เมื่อเลือดหยุดไหลน้ำก็ถูกดูดซึม กลับทำให้เลือดในถุงเข้มขึ้น และเมื่อเลือดค้างอยู่ในถุงน้ำนานๆ ก็กลายเป็นสีน้ำตาล มีลักษณะเหมือนช็อกโกแลต จึงเรียกเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต

สาเหตุของโรคช็อกโกแลตซีสเกิดจากเลือดเก่าเหมือนช็อกโกแลตข้น ๆ ซึ่งเกิดจากเลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับเข้าไปในช่องท้องแล้วไปฝังตัวตามที่ต่าง ๆ กลายเป็น “เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่” อาจเป็นเพราะร่างกายมีปัจจัยบางอย่างผิดปกติ ทั้งที่ควรจะลอกออกมาเป็นเลือดประจำเดือน ดังนั้น ในแต่ละเดือนที่ผ่านไปถุงน้ำ ก็จะมีเลือดออกเพิ่มขึ้นๆ นั่นหมายถึง ถุงน้ำก็จะ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และการที่ถุงน้ำนี้จะใหญ่เร็ว มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับ สภาพร่างกาย ของคนคนนั้นว่า จะดูดน้ำกลับได้เร็วเท่าไหร่ ถ้าร่างกายดูดน้ำกลับได้เร็ว ถุงน้ำนั้น ก็จะโตขึ้นแบบช้าๆ

ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ควรไปตรวจภายในปีละครั้ง โดยเฉพาะคนที่มีอาการปวดประจำเดือนมาก อย่างไรก็ตามเนื่องจากช็อกโกแลตซีสต์ในบางรายก้อนไม่ใหญ่ ไม่ถึง 5 เซนติเมตร บางครั้งการตรวจภายในอาจคลำไม่เจอ ต้องดูจากอัลตราซาวด์ แต่ผู้หญิงที่ไปตรวจภายในไม่ได้ตรวจอัลตราซาวด์ทุกราย ยกเว้นคนไข้ที่มีลูกยากจะตรวจหมด ทำให้พบช็อกโกแลตซีสต์มากขึ้น

ผู้หญิงหลายคนที่เป็นโรคถุงน้ำช็อกโกแลต ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเอาถุงน้ำออก และหลายๆกรณีแพทย์บางคน ผ่าตัดเอามดลูก และรังไข่ออกไปด้วยในคราวเดียวกันด้วย นอกจากนี้ยังมีวิธีรักษาอย่างอื่น เช่น การใช้ยา ซึ่งมีทั้งการใช้ยาในกลุ่มที่มีฮอร์โมน และ กลุ่มที่ไม่มีฮอร์โมน เพื่อควบคุมฮอร์โมนในร่างกายไม่ให้อยู่ในระดับสูงเกินไป ซึ่งจะทำให้มีปะจำเดือนน้อยลง ลดการไหลย้อนกลับของประจำเดือน

Tue, March 31 2015 » ธุรกิจ » Comments Off

ธุรกิจสุขภาพสำหรับผู้หญิงมาแรง

เทรนด์สุขภาพเป็นเรื่องที่พูดกันอย่างหนาหูในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา และผู้บริโภคได้ให้การตอบรับอย่างจริงจัง ที่ถูกคาดหมายว่ายังคงเป็นเทรนด์ที่สำคัญแต่ Healthy ไม่อาจขายได้เดี่ยวๆ อีกต่อไป ต้องบวกคุณประโยชน์ด้านอื่นๆ เช่น Beauty และ Smart จะถูกหยิบยกมาเป็นส่วนผสมที่เติมเต็มความต้องการของผู้บริโภค โดยเห็นได้ชัดเจนในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่แม้บางรายจะไม่มีนวัตกรรมอะไรแต่การลดปริมาณน้ำตาลลงจากเดิมก็ใช้เป็นจุดขายได้ไม่ยาก

ตัวเลข Beauty Conscious ของผู้หญิงไทยมีมากถึง 65% เป็นเครื่องยืนยันได้แล้วว่า สาวไทยแม้ว่าเจอวิกฤตเศรษฐกิจที่ผันผวน สินค้าขึ้นราคา น้ำมันราคาเดี๋ยวถูกเดี๋ยวแพง แต่พวกเธอยังใช้จ่ายในด้านสุขภาพและความงามอย่างต่อเนื่อง โดยไม่อาจมีปัจจัยใดไปสั่นคลอนได้เลย

ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม และสุขภาพสามารถเติบโตได้เสมอ เพราะสำหรับผู้หญิงต้อง “ขอสวยไว้ก่อน” เรื่องอื่นไว้ที่หลัง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชียซึ่งมี Beauty Concious ต่ำกว่าไทย อาทิ เวียดนาม 43% จีน 43% หรือสิงคโปร์ 33%

“กระแสรักสุขภาพรักสวยรักงามยังแรงไม่ตกลากยาวถึงปีหน้า เพราะผู้หญิงสมัยนี้ฉลาดขึ้นและอยากมีอายุอ่อนกว่าเยาว์ รักตัวเอง และไม่อยากเป็นแม่บ้านที่คร่ำครึอยู่แต่ในครัวอีกต่อไป”

ขณะที่พฤติกรรมโดยรวมทั้งหญิงชายพบว่า 76% บอกว่าใส่ใจดูแลสุขภาพ และ 44% ออกกำลังกายอย่างน้อยเป็นประจำทุกสัปดาห์

บวก “ความงาม” ขายได้โลด

สินค้ากลุ่มสกินแคร์มีอัตราการเติบโตถึง 8% จากปีที่ผ่านมาโต 7% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่ได้ลดการใช้จ่ายหรือชะลอการซื้อจากสินค้ากลุ่มนี้

สินค้ากลุ่ม Healthy+ สินค้ากลุ่มวิตามินเพื่อความงามกำลังเป็นเซ็กเมนต์ตลาดใหม่ที่น่าจับตามองในปีหน้า ขณะเดียวกันนี้ “แบรนด์” ก็เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หันมารุกเซ็กเมนต์นี้เมื่อหลายปีก่อน ทั้งๆ เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพอยู่แล้ว แต่แตกไลน์ขยายเซ็กเมนต์กระโดดเข้าสู่กระแส “ดื่มแล้วสวย” ภายใต้กลุ่มแบรนด์ “วีต้า” ที่มีตั้งแต่วีต้าพรุนสกัดเข้มข้น วีต้าเบอรี่สกัดเข้มข้น และล่าสุดวีต้า บาลานซ์ ตอกย้ำเป็นกลุ่มอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงาม

Sat, February 28 2015 » ธุรกิจ » Comments Off

เทคนิคง่ายๆเพื่อการลดกลื่นปากอย่างได้ผลสำหรับสาวๆ

กลิ่นปาก เป็นปัญหาหนึ่งที่สร้างความกังวลใจและความรู้สึกไม่มั่นใจสำหรับหลายๆคน ซึ่งเป็นผลมาจากแบคทีเรียในช่องปากทำให้เกิดการเน่า มีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้น เราสามารถแยกกลิ่นเหม็นออกได้ 4 แบบ คือ กลิ่นที่มาจากด้านหลังของลิ้น กลิ่นของโรคปริทันต์และซอกเหงือก กลิ่นจากฟัน และกลิ่นจากการสูบบุหรี่ ซึ่งบริเวณที่จะพบกลิ่นปากบ่อยๆคือ ที่ลิ้น ร่องเหงือก บริเวณที่อุดฟัน ครอบฟัน โรคปริทันต์ ฟันที่ผุรูกว้าง ฟันปลอมชนิดถอดได้ที่มีเศษอาหารตกค้าง การหลั่งของน้ำลายมากหรือน้อย และในคนสูบบุหรี่ นอกจากนั้นโรคที่เกิดภายในช่องปากและนอกช่องปาก เช่น ไซนัสอักเสบ โรคมะเร็งที่โพรงจมูก โรคทอนซิลอักเสบ โรคปอดเรื้อรัง วัณโรคปอด หรือมะเร็งปอด โรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร โรคของระบบขับถ่าย ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของกลิ่นปากได้ทั้งสิ้น

วิธีการทดสอบกลิ่นปาก

1.ให้หายใจเข้าเต็มที่ ใช้มือป้องปากและจมูกเอาไว้ แล้วหายใจออกจากปาก จากนั้นให้สูดลมหายใจเข้าทางจมูกเพื่อดมกลิ่นว่าเหม็นหรือไม่
2.ใช้วิธีเลียข้อมือและดมดู หรือในบางคนอาจจะใช้นิ้วมือถูที่บริเวณเหงือกแล้วนำมาดมกลิ่นว่าเหม็นหรือไม่
3.ให้บ้วนน้ำลายออกมาแล้วลองดมกลิ่นน้ำลายดู ถ้าน้ำลายมีกลิ่นก็แสดงว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อโรค และอาจเป็นไปได้ว่าน้ำลายนั้นผ่านนิ่วที่ต่อมทอนซิลออกมา
4.วิธีนี้คือการข้อร้องให้คนใกล้ชิดช่วยบอกว่ามีกลิ่นปากหรือไม่

วิธีการลดกลิ่นปากอย่างได้ผล

1. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำมากๆช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย
2. อย่าปล่อยให้ปากแห้ง เพราะจะทำให้ความเข้มข้นของแบคทีเรียในปากเพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย
3. ดื่มน้ำมะนาว จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำลาย
4. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ เพราะจะทำให้เกิดกลิ่นปากได้
5. แปรงฟันทุกครั้งหลังมื้ออาหาร และอย่าลืมแปรงด้านบนของลิ้นด้วย
6. ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่า และหากแปรงเสียให้เปลี่ยนแปรง
7. ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
8. เลิกสูบบุหรี่
9. ตรวจสุขภาพฟันอย่างสม่ำเสมอ

Tue, January 27 2015 » ธุรกิจ » Comments Off

แนวโน้มสินค้าเพื่อสุขภาพจะมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น


ตลาดสุขภาพยังคงเป็นกระแสมาแรงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลง เนื่องจากสุขภาพไม่ใช่เป็นแค่เทรนด์อีกต่อไป

เมื่อคนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์ ที่คนไทยขาดไม่ได้เสียแล้ว เนื่องจากปัจจุบันนี้ไม่มีใครอยากเข้าโรงพยาบาล เพราะค่าใช้จ่ายสูงทำให้คนมุ่งหันให้ความสำคัญกับสุขภาพในเชิงป้องกันมากกว่าการรักษา จึงเชื่อว่าสินค้าเพื่อสุขภาพจะเป็นอีกกระแสหนึ่งที่มาแรงในปี 2557

แม้การทำตลาดของบรรดาสินค้าต่างๆ ในปัจจุบัน มีหลายสินค้าที่มุ่งเน้นการใช้กลยุทธ์เจาะตรงกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่ง่ายและสามารถเปลี่ยนยี่ห้อ หรือ สวิตชิ่งแบรนด์ ได้ตลอดเวลา หากว่าสินค้านั้นๆ สามารถตอบโจทย์ได้ตรงใจ

แต่ลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ต้องยกให้เป็นกลุ่มลูกค้าหลักสำหรับตลาดในอนาคต นั่นคือกลุ่มลูกค้าที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปและกลุ่มคนสูงอายุ เหตุผลก็เพราะคนกลุ่มนี้เริ่มมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง มีกำลังซื้อที่ดีนั่นเอง

อิทธิพลสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจขององค์กรต่างๆ ดังจะเห็นได้ว่าสินค้าที่ออกมาทำตลาดในปัจจุบัน จะมีการเพิ่มมูลค่าหรือใส่ความเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากกลุ่มเสริมอาหารและเครื่องสำอาง เพื่อเจาะตลาดนี้โดยเฉพาะ และมีหลายบริษัทเริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการหันมาบุกในตลาดนี้มากขึ้น โดยมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด เพื่อแย่งชิงเค้กก้อนใหญ่นี้

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในปีหน้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากเทรนด์การดูแลห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ ที่เห็นได้ชัดเจนมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคทุกช่วงวัย การให้ความสำคัญกับการดูแลภาพลักษณ์ของตัวเอง โดยเฉพาะเน้นรูปร่างและความสวยงาม เนื่องจากต้องการส่งเสริมบุคลิกภาพของตนเองให้ดียิ่งขึ้นในสังคม รวมถึงอายุเฉลี่ยของคนในสังคมไทยที่ยืนยาวมากขึ้น ทำให้ผู้คนยิ่งต้องดูแลสุขภาพมากขึ้นเช่นกัน เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกช่วงวัย

โดยเฉพาะตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อผู้สูงอายุนั้น แนวโน้มจะเติบโตไปตามอัตราการเติบโตโดยรวมของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งข้อมูลจากมูลนิธิสถาบันวิจัยและการพัฒนาผู้สูงอายุไทยระบุว่า จำนวนประชากรผู้สูงอายุ หรือ 60 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2503 มีจำนวนประชากรสูงอายุเพียง 1.5 ล้านคน คิดเป็น 5.4% ของประชากรทั้งหมด แต่จะเพิ่มขึ้นเป็น 7.5 ล้านคนในปี 2553 และได้ประเมินไว้ว่า จำนวนผู้สูงอายุในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นจากปีหน้าอีก 2 เท่า เป็น 14.4 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ของประชากรทั้งหมด นั่นแสดงว่า ประเทศไทยกำลังค่อยๆ ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนั่นเอง

ในขณะที่ตลาดเสริมอาหารบิวตี้และลดน้ำหนักเติบโตลดลง แต่กลับพบว่าเสริมอาหารในกลุ่มดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะวิตามินมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10-15% ซึ่งเป็นผลจากคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ รวมทั้งพฤติกรรมการรับประทานอาหารเสริมเป็นในเชิงป้องกันมากกว่าการรักษา

ดังนั้น แนวโน้มสินค้าเพื่อสุขภาพจะมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น ซึ่งจะมีทิศทางคล้ายกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสินค้าเพื่อสุขภาพนั้น ไม่ได้เจาะจงไปที่ผลิตภัณฑ์ยารักษาโรค หรืออาหารเสริมเท่านั้น แต่หมายถึงเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมสุขภาพสำหรับสินค้าต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปด้วย

Wed, December 10 2014 » ธุรกิจ » Comments Off